Stop AIDS. Keep the Promise



1 ธันวาคม วันเอดส์โลก : เอดส์หยุดได้ ร่วมใจรักษาสัญญา

วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี องค์การอนามัยโลกและโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ ได้กำหนดให้เป็นวันเอดส์โลก (Word AIDS Day) และในปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะได้จัดงานรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการมีพฤติกรรมที่ถูกต้อง เหมาะสม เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ติดเชื้อเอดส์ และในขณะเดียวกัน ในกลุ่มคนที่ติดเชื้อเอดส์ไปแล้ว ก็จะได้รับบริการดูแลรักษาที่ดี โดยผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ สามารถใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนและสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข

องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ในภาพรวมของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อเอดส์ ยังคงทวีเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยพบว่าในปี 2549 มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์ทั่วโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 39.5 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ประมาณ 2.9 ล้านราย

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ในปี 2549 เพียงปีเดียวมีมากถึง 4.3 ล้านราย หรือมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยมากกว่าวันละ 11,000 ราย ในจำนวนนี้ เป็นเยาวชนหรือบุคคลที่อยู่ในกลุ่มอายุ 15 - 24 ปี มากกว่าร้อยละ 40 ภูมิภาคที่ประสบปัญหามากที่สุด ยังคงอยู่ที่ประเทศในทวีปแอฟริกา

สำหรับประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อเอดส์สะสมจนถึงปี 2549 รวมประมาณ 1,088,692 ราย ในจำนวนนี้ เสียชีวิตไปแล้ว 534,065 ราย และยังคงมีผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ 556,848 ราย ผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ปีละประมาณ 40,000 ราย จะเป็นภาระของระบบบริการสาธารณสุขในระยะยาวต่อไป

เป้าหมายของวันเอดส์โลกก็เพื่อให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้ตระหนักถึงอันตรายจากการติดต่อและการป่วยเป็นโรคนี้ และพยายามหามาตรการเพื่อป้องกันและหยุดยั้งโรคเอดส์ให้เป็นผลสำเร็จ โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

- เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงอันตรายจากการติดต่อและการเจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์

- เพื่อสร้างเสริมและสนับสนุนให้มีมาตรการการป้องกันให้มากยิ่งขึ้นในสังคมทุกระดับ

- เพื่อให้มีการจัดกิจกรรมต่อต้านต่างๆ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

- เพื่อส่งเสริมให้เกิดการยอมรับและห่วงใยต่อผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ

- เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

สัญลักษณ์ของวันเอดส์โลกที่ใช้กันทั่วโลกก็คือ โบว์สีแดง เพื่อแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีกับผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเอดส์ทั้งหลาย โดยวันเอดส์โลกนั้นถูกบริหารโดยยูเอ็นเอดส์ (UNAIDS) ก่อนที่ในปี ค.ศ. 2005 จะถูกส่งต่อให้กับองค์กรอิสระที่รู้จักกันในนาม The World AIDS Campaign ใช้ชื่อย่อว่า WAC มีสโลแกนว่า Stop AIDS: Keep the Promise

สู้นะ....


เธอไม่ได้อยู่ .... เพียงลำพัง

ความงามของโลก .... อยู่เคียงข้างเสมอ

ไม่ว่า "ชีวิต" ของใคร

เธอไม่ได้อยู่ .... เพียงลำพัง

อิสระ ....


จากความรู้สึกกึ่งสำเร็จ ...


ฉันกำลังปล่อยวางบางความทรงจำออกจากใจ


เพื่อ โอกาสใหม่ การเติบโตและอิสระ .....
"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความภูมิใจอยู่ที่นั่น"




ทะเลใจ




เห็นโฆษณาชุดนี้ที่นำเพลงทะเลใจ ของวงคาราบาวมาประกอบดูแล้วได้ข้อคิดที่ดีมากเลยค่ะ

เพลงนี้ถือเป็นเพลงโปรดเพลงหนึ่งของเราด้วย ฟังสบายๆ ได้คติเตือนใจ โดยเฉพาะเนื้อเพลงท่อนที่ว่า "... ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย.. ใจในร่างกายกลับไม่เจอ.. ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ.. หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข..." ผู้แต่งช่างเลือกสรรถ้อยคำง่ายๆแต่ใช่เลย สุขทุกข์อยู่ที่ใจของเรา..

ชีวิตคนเราต่างก็มีเรื่องราวมากมาย มรสุมชีวิตทั้งคลื่นลูกเล็กลูกใหญ่ให้เราฝ่าฟัน การฝึกเตรียมใจตนเองให้พร้อมจะทำให้เรามีสติที่จะตั้งรับกับปัญหาต่างๆได้...

หลายคนปัญหาที่เกิดขึ้น ตัวปัญหาอาจเป็นอุปสรรคที่เล็กกว่าใจที่หวั่นไหว หวาดกลัว.. อาจเป็นเพราะการตั้งคำถามให้กับตนเอง ยิ่งคิดยิ่งสับสนวุ่นวาย เพราะจุดหมายในชีวิตยากนักที่จะกำหนดได้... เพียงเราวางใจตนเอง เชื่อมั่นในความตั้งใจดีของเรา หัวใจก็จะนำทางให้เราก้าวเดินไปได้อย่างมีความสุข...

ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์



สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย ร่วมถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

Melody of Life ชีวิตที่มีค่า คือ การทำให้ชีวิตผู้อื่นมีค่า



เรื่องจากโฆษณา "Melody of Life" ของไทยประกันชีวิต ตอบคำถามในแง่คุณค่าของชีวิตได้อย่างดีเลยค่ะ นำมาฝากทุกๆท่าน เพราะชีวิตคนเราในบางครั้งก็อาจรู้สึก..เหนื่อย..หนัก.. ท้อใจ แต่ความสุขไม่ได้อยู่ที่ความเพียบพร้อม สมบูรณ์หรือความสำเร็จต่างๆจากสิ่งรอบตัวเสมอไป สุขทุกข์อยู่ที่ใจของเรา คนที่ขาดหรือมีสารพัดปัญหารุมเร้าก็สามารถมีความสุขและยังทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ เช่นเดียวกับงานอาสาสมัครสะมาริตันส์ แม้สะมาริตันส์ยังขาด...สิ่งต่างๆอีกหลายอย่าง ยังมีอุปสรรคอีกมากมายให้ฝ่าฟัน แต่อาสาสมัครก็ยังตั้งใจและเต็มใจเข้ามาเป็นเพื่อนพูดคุยให้ใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จัก เพียงหวังส่งกำลังใจผ่านสายโทรศัพท์ ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆอาสาสมัครทุกคนนะคะ ...


เรื่องย่อ

แม่ต้อย หญิงสาวที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่ดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า ด้วยการสร้างคุณค่าให้แก่ชีวิตของผู้อื่น ผ่านการนำเด็กจรจัด และเด็กที่ถูกทารุณกรรมมาดูแล และมอบความรัก ความเอาใจใส่เฉกเช่นเดียวกับ ลูกของตนเอง แม้ว่าเธอจะป่วยหนัก และมีฐานะยากจน ถือเป็นความยากลำบาก ในการต้องดูแลเด็กถึง ๓ คน แต่แม่ต้อยก็สุขใจที่ได้สร้างคุณค่า ให้แก่ชีวิตของเด็กๆ และยังคงสุขใจ ที่ได้กระทำจนกระทั่งวาระสุดท้าย ของชีวิต เพราะการมีชีวิตที่มีค่า ไม่ใช่อยู่ที่การมีอายุยืน หรือฐานะร่ำรวย หากแต่อยู่ที่ การได้สร้างคุณค่าให้แก่ชีวิตตนเองและผู้อื่น


ครูติ๋ว (แม่ต้อย) แห่งบ้านโฮมฮัก
..สุขใจที่ให้ชีวิตผู้อื่น


เชื่อว่าหลายคนคงได้ยิ้มทั้งน้ำตาไปพร้อมๆ กับความซาบซึ้งกินใจ หลังจากได้ชมโฆษณาประกันชีวิตของบริษัทแห่งหนึ่งที่เสนอเรื่องราวชีวิตของแม่ต้อย ผู้ให้เส้นทางชีวิตใหม่แก่เด็ก 3 คน ที่หลงเดินทางผิดและกำลังจะกลายเป็นปัญหาสังคม แต่แม่ต้อยกลับพาเด็กๆ เหล่านั้นมาอุปการะเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ราวกับเป็นลูกของเธอเอง แม้เธอจะป่วยเป็นมะเร็ง และมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่ 2 ปี แต่เธอก็ยังสามารถเล่นกีตาร์ร้องเพลงสนุกไปกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ

ภาพชีวิตของบุคคลหนึ่งที่อุทิศตัวเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้กับเด็กๆ แม้ตัวเองจะป่วยเป็นมะเร็งก็ไม่หวาดหวั่นดังเช่นในโฆษณา ละม้ายคล้ายคลึงกับชีวิตของ "ครูติ๋ว สุธาสินี น้อยอินทร์"แห่งบ้านโฮมฮัก บ้านที่เปรียบเสมือนออกซิเจน ที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับเด็กไร้โอกาสหลายๆ คนในสังคม

"ครูติ๋ว" หรือ "แม่ติ๋ว" ของเด็กๆ เคยเป็นอาสาสมัครตามมูลนิธิต่างๆ ก่อนจะมาก่อตั้ง "มูลนิธิ สุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน" ขึ้น และสร้างบ้านโฮมฮักขึ้นที่จังหวัดยโสธร ตลอดเวลา 20 ปีของบ้านโฮมฮัก ครูติ๋วได้ทุ่มเทความรักให้กับเด็กๆ ด้อยโอกาสและเด็กที่ประสบปัญหาวิกฤติต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเด็กติดเชื้อเอดส์ เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือเด็กถูกทำร้ายทุบตี รวมๆ กว่า 100 ชีวิต



แม้ตัวครูติ๋วเองจะมีฐานะไม่สู้ดีนัก ซ้ำยังทรมานจากอาการป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มานานหลายปี ซึ่งอาการก็ทรงๆ ทรุดๆ และกำเริบขึ้นมาวันใดก็ได้ แต่ครูติ๋วก็ไม่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปกับการรักษาตัวเองเสียทั้งหมด เวลาส่วนใหญ่ของเธออยู่ที่การได้ดูแลเด็กๆ ในบ้านโฮมฮัก นั่นเพราะครูติ๋วมีหลักในการดำรงชีวิตว่า "ชีวิตที่มีค่า คือการทำให้ชีวิตผู้อื่นมีค่า" ดังนั้นครูติ๋วจึงสุขใจที่จะได้มอบชีวิตใหม่ให้กับเด็กๆ ผู้เปรียบเสมือนต้นกล้าเล็กๆ ที่กำลังรอการรดน้ำพรวนดินและใส่ปุ๋ยที่ดีก่อนจะเติบโตเป็นต้นไม้ที่สวยงามต่อไป สมกับชื่อบ้าน "โฮมฮัก"ที่เป็นภาษาอีสานหมายถึง "ศูนย์รวมแห่งความรักนั่นเอง"

นับวันที่บ้านโฮมฮักจะมีเด็กๆ เข้ามารับไออุ่นจากบ้านมากขึ้น นั่นสะท้อนให้เห็นว่าสังคมเรายิ่งเลวร้ายลงเพียงใด บ้านโฮมฮักที่กลายเป็นจุดพักพิงของเด็กๆ ด้อยโอกาส จึงกำลังประสบปัญหาอย่างหนักเรื่องเงินทุนที่ต้องใช้กว่าเดือนละเจ็ดแสนบาท ทั้งค่าอาหาร ค่ายา และอุปกรณ์ต่างๆ จนครูติ๋วก็ไม่รู้ว่าชะตากรรมของเด็กๆ จะดำเนินต่อไปได้อย่างไร หากขาดเงินทุนมาหล่อเลี้ยงชีวิต แต่หลังจากครูติ๋วได้ออกรายการโทรทัศน์หลายๆ รายการ นั่นก็ทำให้เกิดธารน้ำใจจากกลุ่มต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาช่วยเหลือจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อมอบเงินทุนให้กับบ้านโฮมฮัก เป็นการตอบแทนน้ำใจของครูติ๋วที่ได้แบ่งปันและให้สิ่งดีๆ กับสังคม

และนี่คือชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านภาพยนตร์โฆษณา เป็นการกระตุ้นให้คนตระหนักถึงสังคมมากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับความคิดของ "ครูติ๋ว" ที่แม้ร่างกายของเธอจะอ่อนแอจากโรคร้ายที่รุมเร้า แต่หัวใจของเธอยังคงเข้มแข็งเต็มเปี่ยมพร้อมที่จะ "ให้" และเติมเต็มในสิ่งที่ขาด ในทุกๆ โอกาสที่เธอจะทำได้

ใครอยากร่วมให้กำลังและแบ่งปันสามารถส่งผ่านทางที่อยู่ มูลนิธิสุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและ เยาวชน เลขที่ 3 หมู่ 12 บ้านประชาสรรค์ ต.ตาดทอง อ.เมือง ยโสธร 35000 หรือทางบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ยโสธร ชื่อบัญชี มูลนิธิสุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน เลขที่บัญชี 561-2-21187-7 หรือบัญชีธนาคารทหารไทย สาขา ยโสธร ชื่อบัญชี มูลนิธิสุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน เลขที่บัญชี 437-2-13090-8

เรียบเรียงข้อมูลจากกระปุกดอทคอม