อาสาสมัครสะมาริตันส์.. "ใครก็ไม่รู้"ที่อยู่ปลายสายช่วยชีวิตคนได้ด้วยการ"รับฟัง"
ขอเชิญชวนผู้มีจิตอาสาสนใจงานอาสาสมัครสะมาริตันส์ เพื่อทำหน้าที่รับฟังและเป็นเพื่อนพูดคุยกับผู้มีความทุกข์ความไม่สบายใจต่างๆทางโทรศัพท์ เข้าร่วมรับการอบรม ตามรายละเอียดด้านล่างค่ะ
กระบวนการอบรม
1. เรียนรู้หลักการฟังแบบสะมาริตันส์ ฝึกฝนทักษะการรับฟังอย่างเข้าใจ ไม่ตัดสิน พร้อมเป็นเพื่อนเคียงข้างเพื่อประคับประคองความรู้สึกให้ผู้อยู่ในภาวะทุกข์ใจได้ก้าวข้ามผ่านความทุกข์และสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง
2. เรียนรู้สัญญาณอันตราย การพูดคุยและช่วยเหลือผู้มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย
ตารางการอบรมคลิ๊กที่นี่
วิทยากร
พต.หญิง ดร.พนมพร พุ่มจันทร์ และทีมงานฝึกอบรมจากสะมาริตันส์
วันอบรม
วันเสาร์ที่ 7 และวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2555 เวลา 9.00 – 16.00 น.
** ผู้สมัครเป็นอาสาสมัครต้องอบรมครบทั้ง 2 วัน ผู้ผ่านการคัดเลือก จะมีการปฐมนิเทศในวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2555 เวลา 9.00 – 16.00 น. ด้วย **
สถานที่อบรม
ห้องประชุม เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ซอยสุขุมวิท 38
** ที่จอดรถมีจำกัด แนะนำการเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีทองหล่อ เข้าซอยสุขุมวิท 38 ประมาณ 30 เมตร จะเห็นป้ายทางเข้าเภสัชกรรมสมาคมฯด้านขวามือ)
แผนที่สถานที่อบรมคลิ๊กที่นี่
การสมัครเข้าอบรม
กรอกข้อมูลสมัครเข้าอบรมคลิ๊กที่นี่
บริจาคค่าอบรม ท่านละ 600 บาท
(เพื่อยืนยันการเข้าอบรมและเป็นค่าใช้จ่ายการอบรมพร้อมอาหารว่าง)
การชำระเงิน โอนเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาซีคอนสแควร์
ชื่อบัญชี สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย เลขที่บัญชี 232-0-113240
เมื่อโอนแล้วกรุณาโทร/แฟกซ์ ยืนยันการโอนเงิน ที่หมายเลข 02-713-6790
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสมาคมฯ
ติดต่อ คุณทวีวรรณ โทร./แฟกซ์ หมายเลข 02-713-6790
หรือ email: samaritans_thai@hotmail.com
Samaritans
Samaritans is a non-denominational, non-profit volunteer organization dedicated to reduce the incidence of suicide by befriending individuals in crisis and educating the community about effective prevention strategies.
PRAKARN โมเดล
องค์การอนามัยโลกรายงานว่า การฆ่าตัวตายสำเร็จจะส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างอย่างน้อยอีก 6 คน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ เพื่อน จะเสียใจ ทนทุกข์อยู่กับความโศกเศร้า จมอยู่กับความรู้สึกผิด โทษตนเอง รู้สึกเป็นตราบาป หมดอาลัยตายยาก ไม่ทำมาหากิน บางรายพยายามฆ่าตัวตายตามก็มี ซึ่งความทุกข์เหล่านี้ยากที่จะเลือนหายไป ในปัจจุบันมีการทำกลุ่มจิตบำบัดเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ญาติ (คนใกล้ชิด) เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายให้ลดความเศร้า ความทุกข์ ตราบาป และพยายามฆ่าตัวตายตามลง จนสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคม และช่วยผู้อื่นได้
เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2554 จะมีการทำกลุ่มจิตบำบัด PRAKARN โมเดล สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากญาติ (คนใกล้ชิด) เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว สสส. และโรงพยาบาลราชวิถี ที่ชั้น M ตึกเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลราชวิถี เวลา 10.00-12.00 น. สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เป็นเวลา 6 สัปดาห์
ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่
นพ.ปราการ ถมยางกูร หมายเลขโทรศัพท์ 082-565-5111
A Piano And A Little Boy
ในชีวิตคนเราอาจมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นได้เสมอ หลายคนอาจตื่นตระหนก หลายคนหวาดกลัว และปล่อยให้สัญชาตญาณแห่งความหวาดวิตกเหล่านี้ ทำให้เหตุการณ์กลายเป็นเรื่องน่าอายและเลวร้ายลงยิ่งขึ้น...
หากแต่การมีสติ มองสิ่งที่ผ่านเข้ามาด้วยสายตาแห่งความเข้าใจ เราจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่เข้ามาในช่วงเวลานั้น เห็นวิกฤตเป็นโอกาสและสามารถจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นได้อย่างงดงาม
ใครจะรู้ได้ว่า.. ช่วงเวลาที่เคยเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ยิ่งใหญ่ การพลิกวิกฤตเป็นโอกาส อาจสร้างแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้ใครต่อใครได้อีกหลายๆคน
เก็บเรื่องราวดีๆมาฝาก และขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคน
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ ค่ะ
..
Team Hoyt เรื่องจริงของพ่อ(Dick) ลูก(Rick)
True Story … เก็บเรื่องราวประทับใจ..หัวใจอันยิ่งใหญ่ ส่งมาเป็นพลังใจให้ทุกคนค่ะ
A son says to his father: ‘Dad, would you be willingly to run a marathon with me?’
วันหนึ่งลูกชายได้พูดกับพ่อของเขาว่า “พ่อครับ พ่อจะไปวิ่งมาราธอนกับผมได้ไหม”
The father, despite his age and a heart disease, says ‘YES’.
ถึงแม้ว่าตัวคุณพ่อเองจะอายุมากแล้ว แถมยังเป็นโรคหัวใจ เขาเลือกที่จะตอบลูกของเขากลับไปว่า “ได้ซิลูก”
And they run that marathon, together.
หลังจากนั้นทั้งสองก็วิ่งมาราธอนด้วยกัน
The son asks: ‘Dad, can you run another marathon with me?’ Again father says ‘YES’.
อีกวันนึง ลูกชายได้ถามพ่อของเขาอีกครั้งว่า “พ่อครับ พ่อจะวิ่งมาราธอนกับผมอีกครั้งได้ไหม” แน่นอนว่า พ่อตอบกลับไปว่า “ได้ซิลูก”
They run another marathon, together.
เขาทั้งสองก็ได้วิ่งมาราธอนรายการอื่นอีกครั้งด้วยกัน
One day the son asks his father: ‘Dad, would please do the Iron Man with me?’
และอีกวันนึง ลูกชายก็ถามพ่อของเขาอีกครั้งว่า “พ่อครับพ่อจะลงแข่ง Iron Man กับผมได้ไหม”
Now just in case you wouldn’t know, ‘The Iron Man’ is the toughest triatlon in existance;4km swimming, then 180 km by bike, and finaly another 42 km running, in one stroke.
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า Iron Man คืออะไร มันก็คือไตรกีฬานั่นเองในภาษาไทย รายการนี้จะรวมมนุษย์เหล็กจากทั่วโลกมาแข่งขันกันโดยแบ่งออกเป็นว่ายน้ำ 4 กิโล ปั่นจักรยาน 180 กิโลและวิ่ง 42 กิโล โดยไม่มีการหยุดพักใครเข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ
Again father says ‘YES’
และก็อีกครั้งหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อไม่ได้ตอบปฏิเสธ “ได้ซิลูก”
Maybe this doesn’t ‘touch’ you yet by heart … until you see this movie (put on sound!):
บางทีบทสนทนานี้คุณอาจจะยังไม่เข้าใจ และยังไม่เกิดความประทับใจกับมัน…จนกระทั่งคุณได้ดูคลิปต่อไปนี้

ข้อมูลอื่นๆ
Dick Hoyt คุณพ่อวัย 65 ปี ของ Rick Hoyt ลูกชายวัย 43 ปี สองพ่อลูกจากรัฐ Massachusetts ได้เข้าร่วมการแข่งขันกรีฑามากมายถึงเก้าร้อยกว่ารายการ รวมถึงการแข่งขันไตรกีฬาสุดโหด ที่การแข่งขันประกอบด้วย การว่ายน้ำ ในทะเล ระยะทาง 3.86 กม.ปั่นจักรยาน ระยะทาง 180.2 กม.และการวิ่งมาราธอน ระยะทาง 42.195 กม. ซึ่งในคนปกติก็ยากหนักหนาอยู่แล้ว แต่พ่อลูกคู่นี้ไม่ธรรมดา!!!
Rick ลูกชายป่วยด้วยภาวะสมองพิการหรือ cerebral palsy เนื่องจากสมองขาดออกซิเจน จากสายสะดือพันคอตั้งแต่แรกเกิด หมอที่ดูแลบอกว่าเขาต้องตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าเป็น “ผัก” และบอกให้ทิ้งลูกไว้เมื่อเขาอายุได้แปดเดือน แต่ผู้เป็นพ่อและครอบครัวไม่ท้อใจ พวกเขาพา Rick กลับบ้านและเพียรพยายามเลี้ยงลูกอย่างดี
เมื่ออายุ 12 Rick ได้เรียนรู้โดยการพิมพ์ผ่าน computer ที่ออกแบบพิเศษ โดยใช้การเคลื่อนไหวของศีรษะ คำแรกที่เขาพิมพ์คือ “Go Bruins!” ( Bruins เป็นชื่อทีม ice hocky ที่มีชื่อ) ทำให้ครอบครัวได้รู้ว่า Rick เป็นแฟนกีฬาตัวยงเลยทีเดียว
ปี 1977 สองพ่อลูกได้เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งระยะทาง 5 ไมล์เป็นครั้งแรก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันอีกหลายครั้ง รวมถึงปัจจุบันพวกเขาในนาม “Team Hoyt” โดยได้เข้าร่วมการแข่งขันถึง 958 รายการ (นับถึง ม.ค. ปีนี้) ซึ่งเป็นไตรภาคีถึง 224รายการ Dick ใช้อุปกรณ์พิเศษอันได้แก่ ที่นั่งด้านหน้าติดจักรยาน เรือพิเศษเวลาว่ายน้ำและ wheelchair เวลาวิ่ง พาลูกชายของเขาเข้าร่วมการแข่งขันไปทุกหนแห่งช่างเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่
“สิ่งเดียวที่เป็นความแตกต่างระหว่างเนินดินกับภูเขา นั่นก็คือบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่าทัศนคติ”
Dick Hoyt
I CAN do all things through Him who strengthens me
“ผมสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ผ่านเขา บุคคลที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น”
Rick Hoyt
A son says to his father: ‘Dad, would you be willingly to run a marathon with me?’
วันหนึ่งลูกชายได้พูดกับพ่อของเขาว่า “พ่อครับ พ่อจะไปวิ่งมาราธอนกับผมได้ไหม”
The father, despite his age and a heart disease, says ‘YES’.
ถึงแม้ว่าตัวคุณพ่อเองจะอายุมากแล้ว แถมยังเป็นโรคหัวใจ เขาเลือกที่จะตอบลูกของเขากลับไปว่า “ได้ซิลูก”
And they run that marathon, together.
หลังจากนั้นทั้งสองก็วิ่งมาราธอนด้วยกัน
The son asks: ‘Dad, can you run another marathon with me?’ Again father says ‘YES’.
อีกวันนึง ลูกชายได้ถามพ่อของเขาอีกครั้งว่า “พ่อครับ พ่อจะวิ่งมาราธอนกับผมอีกครั้งได้ไหม” แน่นอนว่า พ่อตอบกลับไปว่า “ได้ซิลูก”
They run another marathon, together.
เขาทั้งสองก็ได้วิ่งมาราธอนรายการอื่นอีกครั้งด้วยกัน
One day the son asks his father: ‘Dad, would please do the Iron Man with me?’
และอีกวันนึง ลูกชายก็ถามพ่อของเขาอีกครั้งว่า “พ่อครับพ่อจะลงแข่ง Iron Man กับผมได้ไหม”
Now just in case you wouldn’t know, ‘The Iron Man’ is the toughest triatlon in existance;4km swimming, then 180 km by bike, and finaly another 42 km running, in one stroke.
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่า Iron Man คืออะไร มันก็คือไตรกีฬานั่นเองในภาษาไทย รายการนี้จะรวมมนุษย์เหล็กจากทั่วโลกมาแข่งขันกันโดยแบ่งออกเป็นว่ายน้ำ 4 กิโล ปั่นจักรยาน 180 กิโลและวิ่ง 42 กิโล โดยไม่มีการหยุดพักใครเข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ
Again father says ‘YES’
และก็อีกครั้งหนึ่งที่ผู้เป็นพ่อไม่ได้ตอบปฏิเสธ “ได้ซิลูก”
Maybe this doesn’t ‘touch’ you yet by heart … until you see this movie (put on sound!):
บางทีบทสนทนานี้คุณอาจจะยังไม่เข้าใจ และยังไม่เกิดความประทับใจกับมัน…จนกระทั่งคุณได้ดูคลิปต่อไปนี้
ข้อมูลอื่นๆ
Dick Hoyt คุณพ่อวัย 65 ปี ของ Rick Hoyt ลูกชายวัย 43 ปี สองพ่อลูกจากรัฐ Massachusetts ได้เข้าร่วมการแข่งขันกรีฑามากมายถึงเก้าร้อยกว่ารายการ รวมถึงการแข่งขันไตรกีฬาสุดโหด ที่การแข่งขันประกอบด้วย การว่ายน้ำ ในทะเล ระยะทาง 3.86 กม.ปั่นจักรยาน ระยะทาง 180.2 กม.และการวิ่งมาราธอน ระยะทาง 42.195 กม. ซึ่งในคนปกติก็ยากหนักหนาอยู่แล้ว แต่พ่อลูกคู่นี้ไม่ธรรมดา!!!
Rick ลูกชายป่วยด้วยภาวะสมองพิการหรือ cerebral palsy เนื่องจากสมองขาดออกซิเจน จากสายสะดือพันคอตั้งแต่แรกเกิด หมอที่ดูแลบอกว่าเขาต้องตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าเป็น “ผัก” และบอกให้ทิ้งลูกไว้เมื่อเขาอายุได้แปดเดือน แต่ผู้เป็นพ่อและครอบครัวไม่ท้อใจ พวกเขาพา Rick กลับบ้านและเพียรพยายามเลี้ยงลูกอย่างดี
เมื่ออายุ 12 Rick ได้เรียนรู้โดยการพิมพ์ผ่าน computer ที่ออกแบบพิเศษ โดยใช้การเคลื่อนไหวของศีรษะ คำแรกที่เขาพิมพ์คือ “Go Bruins!” ( Bruins เป็นชื่อทีม ice hocky ที่มีชื่อ) ทำให้ครอบครัวได้รู้ว่า Rick เป็นแฟนกีฬาตัวยงเลยทีเดียว
ปี 1977 สองพ่อลูกได้เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งระยะทาง 5 ไมล์เป็นครั้งแรก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันอีกหลายครั้ง รวมถึงปัจจุบันพวกเขาในนาม “Team Hoyt” โดยได้เข้าร่วมการแข่งขันถึง 958 รายการ (นับถึง ม.ค. ปีนี้) ซึ่งเป็นไตรภาคีถึง 224รายการ Dick ใช้อุปกรณ์พิเศษอันได้แก่ ที่นั่งด้านหน้าติดจักรยาน เรือพิเศษเวลาว่ายน้ำและ wheelchair เวลาวิ่ง พาลูกชายของเขาเข้าร่วมการแข่งขันไปทุกหนแห่งช่างเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่
Dick Hoyt
I CAN do all things through Him who strengthens me
“ผมสามารถที่จะทำอะไรก็ได้ผ่านเขา บุคคลที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น”
Rick Hoyt
Subscribe to:
Posts (Atom)


